โทร. 054-710-234
E-mail : saraban-nancity@lgo.mail.go.th
กดเพื่อแก้ไข
ประกาศเทศบาลเมืองน่าน
เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
---------------------------------------------------------
โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.๒๕๖๒ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ประกอบกับเทศบาลเมืองน่าน เห็นความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนการดำรงไว้ซึ่งการจัดการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อมั่นในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๘ เตรส แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เทศบาลเมืองน่านจึงขอประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทุกท่านที่ติดต่อเข้ามายังเว็บไซต์เทศบาล อีเมล เฟซบุ๊ก ระบบแอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มหรือช่องทางการสื่อสารอื่นที่ควบคุมดูแลโดยเทศบาลเมืองน่าน ดังนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศเทศบาลเมืองน่าน เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับนับถัดจากวันที่ประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“เทศบาล” หมายความว่า เทศบาลเมืองน่าน
“นายกเทศมนตรี” หมายความว่า นายกเทศมนตรีเมืองน่าน
“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต รวมถึงกฎหมายลำดับรองและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมอาทิเช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น อีเมล์ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ ทะเบียนรถยนต์ เลขบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงข้อมูลทางชีวมิติ เช่น ใบหน้า ลายนิ้วมือ เป็นต้น แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
“เจ้าของข้อมูล” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น แต่ไม่ใช่กรณีที่บุคคลมีความเป็นเจ้าของข้อมูลหรือเป็นผู้สร้างหรือเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นเอง
ข้อ ๔ ข้อมูลส่วนบุคคลที่เทศบาล เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยจะต้องเป็นไปเพื่อดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาล โดยเทศบาลจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นการเปิดเผยเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เทศบาลมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้
๔.๑ แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
๔.๑.๑ การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรงจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากการกรอกข้อมูลส่วนบุคคลผ่านเอกสารและ/หรือแบบฟอร์มต่างๆ และ/หรือการตอบแบบสอบถามของเทศบาล
๔.๑.๒ การเก็บรวบรวมจากเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของเทศบาล เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของเทศบาลด้วยการใช้คุกกี้ (Cookies) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นต้น
๔.๑.๓ การเก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เช่น การสืบค้นข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบเว็บไซต์หรือสอบถามจากบุคคลที่สาม โดยเทศบาลจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยเร็วที่สุดไม่เกิน ๓๐ วันนับแต่วันที่เทศบาลเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งดังกล่าว รวมถึงจะดำเนินการขอความยินยอมในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมหรือแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด
๔.๒ วัตถุประสงค์และหลักการในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
๔.๒.๑ เทศบาลจะเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อน หรือในขณะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น โดยเทศบาลจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนหรือขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ เทศบาลสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม
๑). เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือ จดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย หรือสถิติโดยเทศบาลจะจัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
๒). เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
๓). เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญา
๔). เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่การดำเนินภารกิจเพื่อประโยน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้รับมอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
๕). เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
๖). เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
๔.๒.๒ เทศบาลจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยชัดแจ้งเท่านั้น หรือได้รับยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด
๔.๒.๓ การให้บริการทางเว็บไซต์ของเทศบาล อาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลการเข้าออกเว็บไซต์โดยระบบอัตโนมัติ เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์และติดตามการใช้บริการทางเว็บไซต์และการตรวจสอบย้อนหลังในกรณีที่เกิดปัญหาการใช้งาน
๔.๒.๔ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ เทศบาลจะดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด
ข้อ ๕ การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เทศบาลจะดำเนินการตาม วัตถุประสงค์และหลักการที่สอดคล้องตามข้อ ๔.๒ วัตถุประสงค์และหลักการในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยเทศบาลอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นอย่างจำกัดให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอก เช่น
๑). คู่ค้า คู่ความร่วมมือและพันธมิตรของเทศบาล
๒). หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรมสรรพากร กรมบังคับคดี ศาล หรือสำนักงานอัยการ เป็นต้น
ข้อ ๖ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้แก่เทศบาลใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยเจ้าของข้อมูลได้รับทราบถึงวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยแล้ว
ข้อ ๗ เทศบาลต้องดำเนินการเพื่อให้ข้อมูลของเจ้าของข้อมูลมีความถูกต้อง สมบูรณ์ชัดเจน และเป็นปัจจุบัน
ข้อ ๘ ในกรณีที่มีการว่าจ้าง หรือมอบหมายให้บุคคลภายนอกดำเนินการเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เทศบาลต้องพิจารณาดำเนินการใช้ความระมัดระวัง และมีมาตรการอย่างเหมาะสมในการกำกับดูแลและควบคุมการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ ๙ เทศบาลต้องจัดให้มีช่องทางในการติดต่อจากเจ้าของข้อมูลเพื่อตรวจสอบหรือร้องขอให้ปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ เจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ที่จะร้องขอเพื่อตรวจสอบข้อมูล ส่วนบุคคลของตนเองและสามารถร้องขอให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงตามความเป็นจริงได้
ข้อ ๑๐ เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้เทศบาลดำเนินการดังนี้
๑๐.๑. มอบหมายหรือแต่งตั้งพนักงานเทศบาลให้ทำหน้าที่ผู้ประสานงานโดยตรงตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศฉบับนี้ และแจ้งนายกเทศมนตรีทราบ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่มีการมอบหมายหรือแต่งตั้งผู้ประสานงานให้หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลและผู้อำนวยการกองเป็นผู้ประสานงาน
๑๐.๒. ทบทวนลักษณะการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของเทศบาล ให้มีการปฏิบัติที่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากพบว่ามีการปฏิบัติอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้เทศบาลดำเนินการปรับปรุงให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป และแจ้งให้นายกเทศมนตรีทราบ
๑๐.๓. กำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึงการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
ข้อ ๑๑ การติดต่อสอบถามหรือใช้สิทธิ์
การสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอใช้สิทธิ์ต่างๆ สามารถติดต่อเทศบาล หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล ดังนี้
สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน
๒๑๔/๑๐ ถนนมหายศ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ๕๕๐๐๐
อีเมล์ saraban-nancity@lgo.mail.go.th
เว็บไซต์ www.nancity.go.th
โทรศัพท์ ๐๕๔-๗๑๐๒๓๔ โทรสาร ๐๕๔-๗๗๑๖๓๐
ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘